



ในวันที่วิกฤตของธรรมชาติอย่าง น้ำป่าไหลหลาก สึนามิ แผ่นดินถล่ม ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และผู้คนเริ่มตั้งคำถามถึงผลกระทบที่เรากระทำต่อโลกมากขึ้น เหมือนกับนิทรรศการ "Undo Planet Part 2" ที่หอศิลปกรุงเทพฯ นิทรรศการนี้ไม่ได้มีแค่การฉายภาพความโหดร้ายของภัยพิบัติ แต่กลับชวนเรามาย้อนมองและ Undo วิธีคิด สำรวจความเป็นไปได้ในการ "เยียวยา" ผ่านมุมมองของศิลปะ


คอนเซปต์นิทรรศการมาจาก “ผู้พิชิต” สู่ “ผู้อยู่ร่วม” ภายใต้ธีมหลัก Land Art and Non-Human Beings โจทย์หลักของนิทรรศการคือการท้าทายความคิดแบบ “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” ที่มองธรรมชาติเป็นเพียงวัตถุหรือทรัพยากรที่ต้องเอาชนะ นิทรรศการนี้จึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้เรามองเห็นธรรมชาติในฐานะเพื่อนร่วมโลกที่ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันอย่างเกื้อกูล



ไฮไลต์ผลงานที่น่าสนใจของนิทรรศการนี้มีเยอะมาก ๆ เพราะได้รวบรวมผลงานจากศิลปินนานาชาติและศิลปินไทยที่น่าจับตามองมาจัดแสดง โดยแบ่งความน่าสนใจออกเป็นมิติต่าง ๆ ทั้งย้อนรอยผู้บุกเบิก Land Art สำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์ศิลป์ และผลงานระดับตำนานของ Robert Smithson กับงาน Spiral Jetty และ Nancy Holt กับ Sun Tunnels งานเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของการใช้ "ผืนดิน" เป็นผืนผ้าใบ แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่มนุษย์เป็นเพียงส่วนประกอบเล็ก ๆ


รวมไปถึงผลงานบทสนทนาของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ของศิลปินร่วมสมัยอย่าง Shimabuku นำเสนอความสัมพันธ์ที่น่ารักและขบขันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผ่านผลงานวิดีโอและภาพถ่ายที่ชวนตั้งคำถามว่า สิ่งที่เราสร้างขึ้นกับสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมา สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไร หรือผลงานของ Dane Mitchell ที่เล่นกับสัมผัสเรื่อง "กลิ่น" ของอำพันทะเล ท้าทายเส้นแบ่งระหว่างกลิ่นสังเคราะห์และกลิ่นธรรมชาติ



อีกไฮไลต์ที่น่าสนใจคือเรื่องเล่าจากพื้นที่และจิตวิญญาณ อำพรรณี สะเตาะ ศิลปินไทย นำเสนอผลงาน Lost Motherland ที่สะท้อนความรู้สึกของการสูญเสียบ้านเกิดและการย้ายถิ่นฐาน เชื่อมโยงความทรงจำของมนุษย์เข้ากับพื้นที่ทางกายภาพ และ Jane Jin Kaisen กับวิดีโอ Invocation ที่ใช้ร่างกายเคลื่อนไหวหมุนวนเชื่อมต่อกับภูมิทัศน์ของเกาะเชจู ราวกับมนุษย์เป็นหนึ่งเดียวกับลมหายใจของธรรมชาติ



และผลงานที่น่าสนใจคือ ภูมิปัญญาและการสังเกตการณ์ งานของ Asunción Molinos Gordo พาเราไปดูภูมิปัญญาการพยากรณ์อากาศแบบโบราณ ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับความแปรปรวนของอากาศในปัจจุบัน และผลงานของ Simon Boudvin พาไปสำรวจชีวิตของสุนัขจิ้งจอกในเมืองใหญ่ สะท้อนการปรับตัวของสัตว์ป่าในระบบนิเวศเมือง



ทำไมคุณควรไปดู? Undo Planet Part 2 เพราะมันไม่ใช่นิทรรศการที่เรียกร้องให้เรารู้สึกผิด แต่เป็นนิทรรศการที่ให้ "ความหวัง" และ "ทางเลือก" ในการมองโลกแบบใหม่ เป็นพื้นที่เงียบสงบกลางเมืองที่เปิดโอกาสให้เราได้ตกผลึกความคิด ว่าเราจะ Undo สิ่งที่เคยทำผิดพลาด และเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่กับโลกใบนี้ได้อย่างไร ใครที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจ หรือพื้นที่ฮีลใจผ่านงานศิลปะ แนะนำให้แวะไปชมนิทรรศการดี ๆ แบบนี้แล้วที่สำคัญเข้าชมฟรีด้วยน้า
.
.
Undo Planet Part 2
พิกัด: ชั้น 7 หอศิลปกรุงเทพฯ (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)
เวลา: 10.00 – 20.00 น. (หยุดวันจันทร์)
ระยะเวลาจัดแสดง: วันนี้ - 22 กุมภาพันธ์ 2569

